สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่ถามมานะคะ เข้าใจเลยว่ากำลังสับสนกับอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้น และอยากรู้ว่าอาการแบบไหนที่บ่งบอกถึงการเป็นประจำเดือน หรืออาจจะเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์
อาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Syndrome หรือ PMS) และอาการในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ อาจมีความคล้ายคลึงกันมาก ทำให้บางครั้งแยกได้ยากจริงๆ ค่ะ แต่ก็มีบางจุดที่พอสังเกตได้ดังนี้ค่ะ:
- อาการปวดขา: อาการปวดขาอาจเกิดขึ้นได้ทั้งก่อนมีประจำเดือนและในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ แต่โดยทั่วไปแล้ว อาการปวดขาจาก PMS มักจะมาพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น ปวดท้อง ปวดหลัง คัดเต้านม และอารมณ์แปรปรวน ส่วนอาการปวดขาในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตค่ะ
- สิว: สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งก่อนมีประจำเดือนและในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น ทำให้เกิดการอุดตันและเป็นสิวได้ค่ะ
- อาการอื่นๆ ก่อนเป็นประจำเดือน: อาการ PMS มักจะเกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน และจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อประจำเดือนมา อาการที่พบบ่อย ได้แก่
- ปวดท้องน้อย
- คัดเต้านม
- ปวดศีรษะ
- อ่อนเพลีย
- หงุดหงิดง่าย
- อารมณ์แปรปรวน
- ท้องอืด
- อาการที่อาจบ่งบอกถึงการตั้งครรภ์: นอกจากอาการที่คล้ายกับ PMS แล้ว หากมีการตั้งครรภ์ อาจมีอาการอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น
- ประจำเดือนขาด
- คลื่นไส้ อาเจียน (แพ้ท้อง)
- ปัสสาวะบ่อย
- อ่อนเพลียมากผิดปกติ
- อยากอาหาร หรือเบื่ออาหาร
- รู้สึกว่าเต้านมไวต่อความรู้สึกมากขึ้น
สิ่งสำคัญที่สุดคือการสังเกตตัวเอง หากประจำเดือนมาช้ากว่ากำหนด หรือมีอาการที่สงสัยว่าอาจจะตั้งครรภ์ แนะนำให้ลองตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง โดยใช้ชุดตรวจปัสสาวะ (หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป) เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอนค่ะ
ถ้าผลตรวจออกมาเป็นบวก หรือยังไม่แน่ใจในผลลัพธ์ แนะนำให้ไปปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจยืนยันและรับคำแนะนำที่ถูกต้องนะคะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ ดูแลตัวเองด้วยค่ะ