สวัสดีค่ะ เข้าใจเลยว่ากำลังกังวลเรื่องการคุมกำเนิด และอยากเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองที่สุด พี่เลิฟจะช่วยให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจนะคะ
ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด:
- ฝังยาคุม: มีประสิทธิภาพสูงมาก โอกาสตั้งครรภ์น้อยกว่า 1%
- ฉีดยาคุม: ก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นกัน แต่โอกาสตั้งครรภ์สูงกว่าฝังยาคุมเล็กน้อย ประมาณ 3-6%
ดังนั้น ถ้าเน้นเรื่องประสิทธิภาพสูงสุด ฝังยาคุมจะดีกว่าค่ะ
ผลต่อสุขภาพและผลข้างเคียง:
ทั้งฝังยาคุมและฉีดยาคุม มีฮอร์โมนเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้แตกต่างกันไปในแต่ละคนค่ะ
- สิว: ทั้งสองวิธีอาจทำให้เกิดสิวได้ ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนในร่างกายของแต่ละคน
- ฝ้า: ไม่ได้เกิดจากยาคุมโดยตรง แต่ฮอร์โมนอาจทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น ควรทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
- น้ำหนักขึ้น: บางคนอาจมีน้ำหนักขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นทุกคนค่ะ ควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยได้
- ประจำเดือนมาไม่ปกติ: เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย ทั้งฝังยาคุมและฉีดยาคุม อาจทำให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มามาก มาน้อย หรือไม่มาเลยก็ได้ค่ะ
- ผลข้างเคียงอื่นๆ: ปวดหัว คลื่นไส้ อารมณ์แปรปรวน (พบได้น้อย)
ข้อดีข้อเสียอื่นๆ:
- ฝังยาคุม:
- ข้อดี: คุมกำเนิดได้นาน (3-5 ปี) ไม่ต้องกังวลเรื่องการกินยา/ฉีดยา
- ข้อเสีย: ต้องให้คุณหมอใส่และเอาออก อาจมีรอยแผลเล็กน้อย
- ฉีดยาคุม:
- ข้อดี: ราคาถูกกว่าฝังยาคุม
- ข้อเสีย: ต้องไปฉีดทุก 1-3 เดือน อาจลืมได้
คำแนะนำ:
พี่เลิฟแนะนำให้ปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม คุณหมอจะช่วยประเมินสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของเรา เพื่อเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดค่ะ
การเลือกวิธีคุมกำเนิดเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากๆ อย่ากังวลหรือกดดันตัวเองนะคะ ค่อยๆ หาข้อมูลและปรึกษาคุณหมอ เพื่อให้ได้วิธีที่สบายใจและเหมาะกับเราที่สุดค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ ถ้ามีอะไรให้พี่เลิฟช่วยอีก บอกได้เลยค่ะ