สวัสดีค่ะ เข้าใจความกังวลของคุณเลยนะคะ ที่ประจำเดือนของแฟนไม่มา 2 เดือนแล้ว แต่ตรวจแล้วไม่พบการตั้งครรภ์ ทำให้เป็นห่วงว่าอาจมีสาเหตุอื่น
จากข้อมูลที่คุณให้มา พี่เลิฟขออธิบายเป็นประเด็นดังนี้นะคะ
- ความเป็นไปได้ในการตั้งครรภ์: แม้จะไม่ได้มีการหลั่งภายใน และตรวจการตั้งครรภ์แล้ว 3 ครั้ง แต่ก็ยังมีโอกาสผิดพลาดได้บ้างนะคะ โดยเฉพาะถ้าตรวจเร็วเกินไปหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ แนะนำให้รออีกประมาณ 1 สัปดาห์แล้วลองตรวจซ้ำอีกครั้งด้วยปัสสาวะแรกของตอนเช้า เพราะฮอร์โมนจะเข้มข้นที่สุดค่ะ
- ผลของเจลหล่อลื่น: โดยทั่วไปแล้ว เจลหล่อลื่นไม่น่าจะส่งผลโดยตรงต่อการมาของประจำเดือนนะคะ แต่ในบางคนอาจมีอาการแพ้ หรือระคายเคืองจากส่วนประกอบบางอย่างในเจลได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนได้บ้าง แต่ก็ไม่น่าจะทำให้ประจำเดือนขาดไปนานขนาด 2 เดือนค่ะ
- สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ประจำเดือนไม่มา: นอกจากเรื่องการตั้งครรภ์แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ส่งผลต่อการมาของประจำเดือนได้ค่ะ เช่น
- ความเครียด: ความเครียดสะสมอาจส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนที่ควบคุมการมีประจำเดือนได้
- น้ำหนักตัว: การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งเพิ่มขึ้นหรือลดลง อาจส่งผลต่อรอบเดือนได้
- การออกกำลังกาย: การออกกำลังกายอย่างหนักเกินไป อาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือขาดไปได้
- โรคประจำตัว: บางโรค เช่น โรคไทรอยด์, โรคเกี่ยวกับรังไข่ (PCOS) ก็อาจส่งผลต่อรอบเดือนได้เช่นกัน
- ยาบางชนิด: ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด, ยาแก้ซึมเศร้า ก็อาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติได้
คำแนะนำ:
- ตรวจการตั้งครรภ์ซ้ำ: อย่างที่บอกไป ลองตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากนี้ 1 สัปดาห์นะคะ
- สังเกตอาการ: ลองสังเกตอาการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น ปวดท้องน้อย, คลื่นไส้, เจ็บคัดเต้านม, อารมณ์แปรปรวน ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ได้ค่ะ
- ปรึกษาคุณหมอ: พี่เลิฟแนะนำให้คุณพาแฟนไปพบคุณหมอสูตินรีเวชเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงนะคะ คุณหมอจะทำการตรวจร่างกาย ตรวจภายใน และอาจมีการตรวจเลือดเพิ่มเติม เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนไม่มา และให้คำแนะนำในการดูแลรักษาที่เหมาะสมต่อไปค่ะ
พี่เลิฟเข้าใจว่าตอนนี้คุณกังวลมาก แต่ไม่ต้องเครียดเกินไปนะคะ ลองทำตามคำแนะนำที่ให้ไปก่อน ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม หรืออยากปรึกษาอะไรเพิ่มเติม ถามพี่เลิฟได้เสมอนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ